layout styles
 
รายละเอียดวิชาเรียนอย่างไร? ค่าเล่าเรียนเท่าไหร่? Thai Traditional Medicine @ CIM แบ่งเป็น 2 สาขา
      แผน (ก) สำหรับบุคคลทั่วไปที่สนใจใฝ่รู้ในศาสตร์แขนงนี้และสามารถสอบขออนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทยในแผน (ก) ต่อสภาการแพทย์แผนไทย โดยสามารถเลือกเรียนได้ตามสาขาที่ต้องการทั้งนี้โดยมีสาขาผดุงครรภ์ศาสตร์ สาขาหัตถการศาสตร์ สาขาเภสัชศาสตร์มีระยะเวลาศึกษา 2 ปี สาขาเวชศาสตร์มีระยะเวลาศึกษา 3 ปี

 

      แผน (ข) ต้องศึกษาในวิชาทั่วไปตามกำหนดและในวิชาการแพทย์แผนไทยทั้ง 4 สาขาวิชา ตามหลักสูตรจำนวน 129 หน่วยกิตในระยะเวลาศึกษา 4 ปี โดยแบ่งการศึกษาออกเป็น 5 ส่วน ได้แก่:
1. ภาคทฤษฎี 2. ภาคปฏิบัติ 3. ภาคคลินิก 4. ภาคฝึกงาน 5. ภาควิชาสมทบอื่นๆ
      นักศึกษา ณ วิทยาลัยแห่งนี้จะเป็นแพทย์แผนไทยที่ทำการตรวจรักษาในแบบองค์ความรู้การแพทย์แผนไทยเท่านั้น และเป็นแพทย์แผนไทยที่มากความสามารถ มีความรอบรู้ในศาสตร์แขนงอื่นๆประกอบกันไป ต้องวินิจฉัยโรคได้ สั่งการรักษาได้ ตั้งตำรับยาได้ ทำหัตถการทุกชนิดได้หมด ถึงจะสามารถผ่านหลักสูตรอันเข้มงวดของวิทยาลัยแห่งนี้ไปได้ เพราะคุณภาพเท่านั้นคือความสำเร็จของนักศึกษา
      วิทยาลัยฯมีเป้าหมายชัดเจนที่จะเห็นแพทย์แผนไทยอยู่คู่กับการสาธารณสุขของประเทศ นำการแพทย์แผนไทยสู่ทางเลือกหลักของประชาชน วิทยาลัยฯจะเปรียบเสมือนต้นน้ำของสายธารแห่งการแพทย์แผนไทย สร้างบุคลากรการแพทย์แผนไทยที่มีคุณภาพที่ดีที่สุดออกสู่สังคม นักศึกษาทั้งแผน (ก) และ (ข) ทุกคนของที่นี่จะเป็นทรัพยากรอันมีค่ายิ่งของประเทศ ประกอบสัมมาอาชีพนี้เพื่อตนเอง เพื่อประชาชนและเพื่อประเทศชาติ

- ค่าเล่าเรียนตลอดหลักสูตร 3 ปีใน(ก) ราคา 360,000 บาท ปีการศึกษาละ 2 ภาคการศึกษา (ไม่รวมค่าใช้จ่ายฝึกงานต่างประเทศ)
- ค่าเล่าเรียนตลอดหลักสูตร 4 ปีใน(ข) ราคา 480,000 บาท (ไม่รวมค่าใช้จ่ายฝึกงานต่างประเทศ)จ่ายค่าเล่าเรียนทีละเทอม (สามารถผ่อนชำระได้)
- ศึกษาข้อมูลทุนการศึกษาของ DPU กว่า 10 ประเภทได้ที่ http://www.dpu.ac.th/admission/bachelor-foundations.php

มี Promotion พิเศษอะไรบ้าง?

พิเศษที่สุด !! ราคา Early bird... ผู้สมัครพร้อมชำระเงิน 10 คนแรก จะได้รับส่วนลด 25% ตลอดหลักสูตร ถ้าคุณพลาด 10 คนแรก ยังมีช่องทางได้ Promotion ดังนี้:

  1. ครอบครัว DPU และศิษย์เก่า (แสดงสำเนาทะเบียนบ้าน หรือนามสกุลเดียวกัน) ลด 10,000 บาท.
  2. รุ่นพี่แนะนำรุ่นน้อง ได้รับส่วนลดทั้ง 2 คน คนละ 10,000 บาท.
  3. เป็นนักเรียนคั้นหัวกระทิ แม้ไม่ได้รางวัล แต่ได้เคยมาเข้าสอบที่ DPU ได้รับส่วนลด ลด 10,000 บาท.
  4. มาสมัครพร้อมชำระเงินและมอบตัวก่อนวันที่ 31 มีนาคม 2560 ได้รับส่วนลด 15,000 บาท.

หมายเหตุ: Promotion เหล่านี้ ถือเอาอย่างใดอย่างหนึ่งที่ได้รับสิทธิสูงสุดเป็นเกณฑ์ และจะได้รับสิทธิ์เมื่อมอบตัวและชำระค่าเล่าเรียนแล้วเท่านั้น

ทำไมน่าเรียน?

ก็เพราะ...ถ้าคนไทยไม่เล่าเรียนวิชาความรู้ของคนไทยด้วยกันแล้ว จะให้คนชาติอื่นใดมาเรียนเล่าขึ้นชื่อว่าแพทย์แผนไทย ใครๆก็ต้องการเรียน เพราะรัฐบาลกำลังส่งเสริม มีอัตราจ้างงาน ทั้งภาครัฐและเอกชนรองรับ จึงมีหลักสูตรแพทย์แผนไทยตามมหาวิทยาลัยต่างๆทั่วประเทศหลายสิบหลักสูตร

  • ปัญหามีว่า เมื่อจบไปทำงานแล้ว แพทย์แผนไทยถูกให้ไปเฝ้าห้องนวด ด้วยความเข้าใจว่าแพทย์แผนไทยก็คือหมอนวด แม้ว่ามีบางคนที่ได้มีโอกาสตรวจรักษาผู้ป่วย แต่กลับใช้ Stethoscopeตรวจรักษาโรคแบบแผนปัจจุบัน จนถูกแพทย์ในหน่วยงานเดียวกันทักว่า “ทำไมคุณไม่ตรวจโดยวิธีแพทย์แผนไทย” คำตอบก็คือ...ตรวจไม่เป็น แต่มัวภาคภูมิใจถ่ายรูปคล้อง Steth ขึ้น facebookซึ่งที่แท้แล้ว เป็นความภาคภูมิใจผิดๆ
  • ด้วยเหตุนี้อาจารย์คมสัน ทินกร ณ อยุธยา ซึ่งสืบทอดวิชาแพทย์แผนไทยมาตั้งแต่บรรพบุรุษที่เป็นแพทย์หลวงในราชสำนัก มาจนถึงรุ่นของท่านเป็นรุ่นที่ 6 จึงมีแรงบันดาลใจ เข้ามาเป็นที่ปรึกษาหลักสูตรแพทย์แผนไทยที่ CIM@DPU ร่างหลักสูตรแพทย์แผนไทยที่เป็นแบบฉบับอย่างแท้จริงหลักสูตรนี้ขึ้น โดยมีปณิธานว่า สร้างคนไทยให้เป็นหมอไทย โดยครูผู้สอนต้องเป็นแพทย์แผนไทยที่ทำหน้าที่หมอจริง หมอเท่านั้นที่จะสอนคนธรรมดาให้เป็นหมอได้ ไม่ใช่เป็นครูแต่มาสอนวิชาหมอ
  • ปริญญาตรีแพทย์แผนไทย CIM@DPU มีจุดเด่นคือ: เรียนเร็วจบเร็ว 129 หน่วยกิต เน้นความรู้สำคัญในการสอบใบประกอบโรคศิลป์ แต่เท่านั้นยังไม่พอ ต้องสามารถตรวจรักษาผู้ป่วยด้วยแผนไทยอย่างแท้จริงเท่านั้น ทั้งให้เห็นเคสจริงในคลินิกแผนไทยโดยเฉพาะที่สร้างขึ้นใน CIM Wellbeing Center และยังสอนศิลปะการรักษาในแบบชนฝั่งตะวันออกให้เป็นแพทย์ที่รู้รอบ ทั้งนี้หมายรวมถึงการศึกษาใน(ก)ด้วย

อาจารย์คมสันกล่าวว่า “เราเชื่อว่า หมอเท่านั้นจึงจะสอนคนให้เป็นหมอได้เราเชื่อว่า หลักสูตรที่เราสร้างสรรค์ทำให้สำเร็จเป็นหมอไทยได้จริงเราเชื่อว่า เรามีองค์ความรู้ที่แตกต่างเป็นเอกลักษณ์เราเชื่อว่า การเรียนในวิชานี้ต้องเรียนรู้จากการปฏิบัติจริงเท่านั้น”
หลักสูตรนี้จึงโดดเด่นไม่เหมือนหลักสูตรแพทย์แผนไทยหลายสิบหลักสูตรทั่วประเทศที่มีมาแล้วมั่นใจได้เลยว่าจบแล้วรักษาผู้ป่วยด้วยภูมิปัญญาแผนไทยล้วนๆ ไม่ต้องคล้อง steth

จบแล้วทำอะไร? ก้าวหน้าไปถึงไหน?
  1. มีศักดิ์และสิทธิ์ที่จะสอบใบประกอบโรคศิลป์แพทย์แผนไทย/ประกอบเวชปฏิบัติแผนไทยได้โดยอิสระในโรงพยาบาลเอกชนหรือทำงานราชการในตำแหน่งแพทย์แผนไทย
  2. ทำงานใน Wellness Center หรือ Rejuvenation Center ตำแหน่ง Thai Traditional Doctor
  3. เปิดคลินิกเวชกรรมแผนไทยของตนเอง ขยายธุรกิจจากในประเทศสู่ต่างประเทศในลักษณะ Joint Venture หรือ Consultant เพื่อเผยแพร่ภูมิปัญญาของไทยอย่างมีเกียรติและมีศักดิ์ศรี มีแพทย์และบุคลากรระดับต่างๆเป็นลูกจ้างในกิจการ

กี่หน่วยกิต? จบสายไหนเรียนได้? เรียนกี่ภาษา?
129 หน่วยกิต แผน(ข)เรียน 4 ปี ปีละ 2 เทอม/ แผน(ก)เรียน 3 ปี เฉพาะเสาร์,อาทิตย์ จบสายวิทย์หรือสายศิลป์ก็เรียนได้เรียนภาษาไทยภาษาเดียว